ข้ามไปเนื้อหาหลัก

การเงินและภาษี

คำนวณเงินทดแทนกรณีว่างงาน (ประกันสังคม ม.33)

คำนวณเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม ทั้งกรณีถูกเลิกจ้างซึ่งขึ้นเป็น 60% แล้ว และกรณีลาออกซึ่งยังเป็น 30% พร้อมเงื่อนไขวันขึ้นทะเบียนที่ทำให้หลายคนเสียสิทธิย้อนหลังโดยไม่รู้ตัว

ผู้จัดทำ ชวลิต หอมจิตร์ตรวจสอบอัตราล่าสุด 6 ก.ย. 2569วิธีตรวจสอบข้อมูล

เงินทดแทนต่อเดือน ตามค่าจ้างและเหตุแห่งการว่างงาน

ค่าจ้างต่อเดือนถูกเลิกจ้าง 60%ลาออก 30%
10,0006,0003,000
12,0007,2003,600
15,0009,0004,500
17,50010,5005,250
20,00010,5005,250
30,00010,5005,250
50,00010,5005,250

ถามเกี่ยวกับหน้านี้

ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น

เงินทดแทนกรณีว่างงานคือสิทธิที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับเมื่อออกจากงาน เพื่อประคองค่าใช้จ่ายระหว่างหางานใหม่ จำนวนเงินขึ้นกับสามอย่างคือเหตุแห่งการว่างงาน ค่าจ้างที่ใช้ส่งเงินสมทบ และจำนวนเดือนที่ส่งมาแล้ว

ตัวเลขที่ต้องรู้ให้ถูกคืออัตรากรณีถูกเลิกจ้าง ซึ่งปรับขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60 ตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ตามกฎกระทรวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 แต่บทความจำนวนมากและเอกสารสรุปบางฉบับยังใช้ตัวเลขเก่าอยู่ คนที่ถูกเลิกจ้างจึงมักประเมินเงินที่จะได้ต่ำกว่าความจริง ส่วนกรณีลาออกไม่ได้ถูกแก้ ยังคงเป็นร้อยละ 30 เท่าเดิม

วิธีคำนวณ

ขั้นที่ 1 — ดูว่ามีสิทธิหรือไม่ ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน และต้องไม่ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุตามมาตรา 78 (2) เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือละทิ้งหน้าที่เจ็ดวันทำงานติดต่อกัน

ขั้นที่ 2 — หาค่าจ้างรายวัน ตามมาตรา 57 ให้นำค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบสูงสุดสามเดือน ภายในสิบห้าเดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ มารวมกันแล้วหารด้วยเก้าสิบ ข้อควรระวังคือหน้าต่างย้อนหลังคือ 15 เดือน ไม่ใช่ 9 เดือน ตัวเลข 9 เดือนเป็นถ้อยคำของกฎหมายฉบับก่อนปี 2558 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว

ขั้นที่ 3 — คูณอัตราตามเหตุ ถูกเลิกจ้างได้ร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน รับได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน ส่วนลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน ได้ร้อยละ 30 รับได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

เพดานที่ต้องรู้ ฐานคำนวณถูกครอบด้วยเพดานเงินสมทบซึ่งปัจจุบันคือ 17,500 บาทต่อเดือน คนที่เงินเดือน 30,000 หรือ 50,000 จะได้รับเท่ากับคนที่เงินเดือน 17,500 พอดี คือกรณีถูกเลิกจ้างได้วันละ 350 บาท หรือเดือนละ 10,500 บาท เพดานนี้จะขยับเป็น 20,000 บาทในปี 2572 และ 23,000 บาทในปี 2575

เรื่องวันที่ทำให้หลายคนเสียเงินโดยไม่รู้ตัว เจ็ดวันแรกนับแต่วันว่างงานไม่ได้รับเงิน เริ่มมีสิทธิวันที่ 8 และต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วัน การขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้นไม่ได้ทำให้หมดสิทธิ แต่จะได้รับนับตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ช่วงก่อนหน้าหายไปเลยและขอย้อนหลังไม่ได้ ยิ่งช้ายิ่งเสีย จากนั้นต้องไปรายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ลาออกเองได้เงินว่างงานไหม

ได้ แต่ได้น้อยกว่าและสั้นกว่ามาก กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน ได้ร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน รับได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ขณะที่ถูกเลิกจ้างได้ร้อยละ 60 นานถึง 180 วัน

เงินเดือน 40,000 จะได้เงินว่างงานเท่าไหร่

ได้เท่ากับคนเงินเดือน 17,500 บาท เพราะฐานคำนวณถูกครอบด้วยเพดานเงินสมทบ กรณีถูกเลิกจ้างจะได้วันละ 350 บาท หรือเดือนละ 10,500 บาท ไม่ว่าเงินเดือนจริงจะสูงกว่านั้นเท่าไรก็ตาม

ขึ้นทะเบียนช้าเกิน 30 วันแล้ว ยังได้เงินไหม

ยังได้ ไม่ได้หมดสิทธิ แต่จะได้รับนับตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ช่วงตั้งแต่วันที่ควรเริ่มได้รับจนถึงวันที่ไปขึ้นทะเบียนจะหายไปและขอย้อนหลังไม่ได้ ดังนั้นยิ่งไปเร็วยิ่งดี

ทำไมเว็บอื่นบอก 50% แต่หน้านี้บอก 60%

เพราะอัตราเพิ่งถูกปรับขึ้น กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เปลี่ยนกรณีถูกเลิกจ้างจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60 มีผลตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 เนื้อหาที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นจึงยังเป็นตัวเลขเก่า

ระหว่างรับเงินว่างงาน ถ้าได้งานใหม่ต้องทำอย่างไร

สิทธิสิ้นสุดตั้งแต่วันที่กลับเข้าทำงานเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกครั้ง ต้องแจ้งและหยุดรายงานตัว ถ้ารับเงินต่อไปทั้งที่มีงานแล้วจะเป็นการรับเงินโดยไม่มีสิทธิและต้องคืน

ปีเดียวกันตกงานสองครั้ง ได้สิทธิใหม่ทั้งหมดไหม

ไม่ได้เต็มจำนวนใหม่ ถ้ายื่นขอหลายครั้งในปีปฏิทินเดียวกัน จำนวนวันรวมกันต้องไม่เกินเพดานของเหตุนั้น คือไม่เกิน 180 วันเมื่อมีเหตุถูกเลิกจ้างปนอยู่ และไม่เกิน 90 วันเมื่อเป็นเหตุลาออกล้วน แต่ถ้าปีใดได้รับไม่ครบเพดาน สามารถนับต่อเนื่องไปยังปีถัดไปได้

แหล่งอ้างอิง

ตรวจสอบอัตราล่าสุด 6 ก.ย. 2569

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง