คำนวณไทย
calcthai.com · คำนวณภาษีขายของออนไลน์
การเงินและภาษี
คำนวณภาษีขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีเท่าไหร่ คำนวณจากยอดขายจริง หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% เทียบวิธี 0.5% ให้อัตโนมัติ พร้อมเช็คเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้าน
ภาษีตามยอดขาย (หักเหมา 60%)
| ยอดขายทั้งปี | ขั้นบันได | 0.5% ของยอด | ต้องเสียจริง |
|---|---|---|---|
| 300,000 | 0 | ยกเว้น | 0 |
| 600,000 | 1,500 | ยกเว้น | 1,500 |
| 1,000,000 | 11,500 | ยกเว้น | 11,500 |
| 1,500,000 | 33,500 | 7,500 | 33,500 |
| 1,800,000 | 51,500 | 9,000 | 51,500 |
| 2,400,000 | 95,000 | 12,000 | 95,000 |
| 3,000,000 | 150,000 | 15,000 | 150,000 |
| 5,000,000 | 350,000 | 25,000 | 350,000 |
ถามเกี่ยวกับหน้านี้
ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น
ขายของออนไลน์เสียภาษีต่างจากมนุษย์เงินเดือนหลายจุด และแต่ละจุดคือเงินจริง หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ถึง 60% โดยไม่ต้องมีเอกสารสักใบ แต่ก็มีวิธีคิดภาษีแบบ 0.5% ของยอดขายทั้งก้อนซ่อนอยู่ ซึ่งร้านยอดสูงกำไรบางมักโดนโดยไม่รู้ตัว และมีเส้น 1.8 ล้านที่ข้ามแล้วต้องจด VAT ภายใน 30 วัน
หน้านี้คำนวณทั้งสองวิธีเทียบกันให้อัตโนมัติตามที่กฎหมายกำหนด และเตือนเมื่อยอดขายเข้าใกล้เกณฑ์ VAT ทุกอัตราอ้างอิงจากหน้าเว็บกรมสรรพากรโดยตรง
วิธีคำนวณ
ขายของออนไลน์คือเงินได้ประเภทที่ 8 ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งเปิดให้เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองแบบ คือหักเหมา 60% ของยอดขายโดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน หรือหักตามจริงซึ่งต้องมีเอกสารครบทุกรายการ
เลือกแบบไหนดี ง่ายมาก: ถ้าต้นทุนรวมของคุณ (ค่าสินค้า ค่าส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา ค่าแพ็ค) ต่ำกว่า 60% ของยอดขาย ให้หักเหมา ได้หักเยอะกว่าแถมไม่ต้องเก็บเอกสาร ถ้าต้นทุนจริงสูงกว่า 60% เช่นขายของกำไรบางมาก ค่อยหักตามจริง แต่ต้องพร้อมให้สรรพากรตรวจเอกสารทุกใบ
วิธีคำนวณภาษีมีสองวิธี ต้องเสียตามวิธีที่มากกว่า วิธีที่ 1 คือแบบขั้นบันไดปกติ: ยอดขาย − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน แล้วคิดตามอัตรา 5% ถึง 35% วิธีที่ 2 ใช้เมื่อเงินได้ (ไม่รวมเงินเดือน) ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป: คูณยอดขายทั้งก้อนด้วย 0.5% ตรงๆ โดยไม่หักอะไรเลย ถ้าวิธีที่ 2 คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับยกเว้น ไม่ต้องใช้
วิธีที่ 2 คือกับดักของร้านยอดสูงกำไรบาง ลองคิดดู ร้านยอดขาย 3 ล้านที่หักตามจริงจนเงินได้สุทธิแทบเป็นศูนย์ วิธีที่ 1 อาจได้ภาษีไม่กี่พัน แต่วิธีที่ 2 คือ 15,000 บาททันที และต้องเสียตามนั้นเพราะมากกว่า
เส้น 1.8 ล้านของ VAT เป็นคนละเรื่องกับภาษีเงินได้ ยอดขาย (ไม่ใช่กำไร) เกิน 1.8 ล้านบาทในปีใด ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เกิน จดแล้วต้องบวก VAT 7% ในราคาขายหรือแบกไว้เอง ออกใบกำกับภาษี และยื่นแบบทุกเดือน ร้านจำนวนมากพยายามคุมยอดไม่ให้ข้ามเส้นนี้ ซึ่งทำได้ถ้าวางแผน แต่การกระจายยอดเข้าหลายบัญชีเพื่อซ่อนยอดขายจริงเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีที่มีโทษ
สรรพากรมองเห็นยอดเข้าบัญชีของคุณ กฎหมาย e-Payment กำหนดให้ธนาคารและ e-wallet รายงานบัญชีที่มี "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ให้กรมสรรพากรทุกปี คือฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป หรือตั้งแต่ 400 ครั้งและยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป นับต่อธนาคารหนึ่งแห่ง เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์การรายงานข้อมูล ไม่ใช่เกณฑ์เสียภาษี — อยู่ใต้เกณฑ์ก็ยังมีหน้าที่เสียภาษีตามจริง แต่มันแปลว่าการไม่ยื่นแบบทั้งที่ยอดเข้าบัญชีถี่ๆ คือความเสี่ยงที่ระบบมองเห็น
ยื่นปีละสองครั้ง เงินได้ประเภทนี้ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 สำหรับรายได้ครึ่งปีแรก ภายในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน แล้วยื่น ภ.ง.ด.90 รวมทั้งปีอีกครั้งภายในมีนาคมปีถัดไป ภาษีที่จ่ายไปตอนกลางปีเอามาเครดิตตอนสิ้นปีได้ ไม่ได้เสียซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ขายของออนไลน์ ยอดเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี
หักเหมา 60% กับค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 แล้ว ยอดขายราว 525,000 บาทต่อปีคือจุดที่เงินได้สุทธิเริ่มแตะ 150,000 และเริ่มมีภาษี แต่หน้าที่ "ยื่นแบบ" เกิดก่อนหน้านั้น — มีเงินได้ประเภทนี้เกิน 60,000 บาทต่อปีก็ต้องยื่นแล้วแม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย
หักเหมา 60% กับหักตามจริง เลือกอะไรดี
ดูต้นทุนรวมเทียบยอดขาย ถ้าต่ำกว่า 60% ให้หักเหมา ได้หักมากกว่าและไม่ต้องเก็บเอกสารเลย ถ้าสูงกว่า 60% เช่นสินค้ากำไรบางมาก ให้หักตามจริง แต่ต้องมีใบเสร็จและหลักฐานครบทุกรายการพร้อมให้ตรวจ และจำไว้ว่าการหักตามจริงช่วยแค่วิธีขั้นบันได ไม่ช่วยเรื่องวิธี 0.5% ซึ่งคิดจากยอดขายก่อนหัก
วิธี 0.5% คืออะไร ทำไมเสียภาษีทั้งที่แทบไม่มีกำไร
กฎหมายให้คำนวณสองวิธีแล้วเสียตามวิธีที่มากกว่า วิธีที่ 2 คือ 0.5% ของยอดขายทั้งก้อนโดยไม่หักอะไรเลย ใช้เมื่อเงินได้ถึง 120,000 บาท และยกเว้นให้ถ้าคำนวณแล้วไม่เกิน 5,000 บาท (เท่ากับยอดขายราว 1 ล้าน) ร้านยอดสูงกำไรบางจึงมีภาษีขั้นต่ำติดตัวเสมอ เช่นยอด 3 ล้าน วิธีนี้คือ 15,000 บาท
ยอดขายเกิน 1.8 ล้าน ต้องทำอะไร
ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยอดขายสะสมในปีนั้นเกิน 1.8 ล้านบาท นับจากยอดขาย ไม่ใช่กำไร จดแล้วต้องเรียกเก็บ VAT 7% ออกใบกำกับภาษี และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน เรื่องนี้แยกจากภาษีเงินได้ในหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ไม่ยื่นภาษี สรรพากรจะรู้ได้ยังไง
ธนาคารและ e-wallet มีหน้าที่ตามกฎหมายส่งข้อมูลบัญชีที่รับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี หรือ 400 ครั้งพร้อมยอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้กรมสรรพากรทุกปี แพลตฟอร์มขายของก็มีหน้าที่รายงานรายได้ผู้ขายเช่นกัน การมียอดเข้าถี่ๆ แต่ไม่เคยยื่นแบบจึงเป็นสิ่งที่ระบบมองเห็นได้ การยื่นให้ถูกตั้งแต่แรกถูกกว่าโดนประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มมาก
ภ.ง.ด.94 คืออะไร ต้องยื่นด้วยเหรอ
คือแบบภาษีครึ่งปีสำหรับผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5-8 ซึ่งรวมการขายของ ยื่นสำหรับรายได้เดือนมกราคมถึงมิถุนายน ภายในกรกฎาคมถึงกันยายนของปีเดียวกัน แล้วค่อยยื่น ภ.ง.ด.90 รวมทั้งปีอีกครั้ง ภาษีที่จ่ายตอนกลางปีนำมาหักออกจากยอดสิ้นปีได้ ไม่ได้เสียซ้ำสองรอบ
แหล่งอ้างอิง
- การหักค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทเงินได้ — กรมสรรพากร
- วิธีคำนวณภาษีสิ้นปี (วิธีที่ 2 คูณ 0.5%) — กรมสรรพากร
- ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (e-Payment) — กรมสรรพากร
- เกณฑ์จดทะเบียน VAT — กรมสรรพากร
ตรวจสอบอัตราล่าสุด 30 ส.ค. 2569