ข้ามไปเนื้อหาหลัก

การเงินและภาษี

คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ พร้อมตรวจว่าบริษัทเข้าข่ายอัตราลดสำหรับ SME หรือไม่ และอธิบายว่าทำไมอัตรา 10% ที่หลายเว็บยังใช้กันนั้นหมดอายุไปตั้งแต่รอบบัญชี 2560

ผู้จัดทำ ชวลิต หอมจิตร์ตรวจสอบอัตราล่าสุด 6 ก.ย. 2569วิธีตรวจสอบข้อมูล

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้อยู่ในรอบบัญชีปัจจุบัน

กำไรสุทธิSME (เข้าเกณฑ์)นิติบุคคลทั่วไป
ไม่เกิน 300,000 บาทยกเว้นภาษี20%
เกิน 300,000 ถึง 3,000,000 บาท15%20%
เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป20%20%

เทียบภาษีที่ต้องเสีย ระหว่างเข้าเกณฑ์ SME กับไม่เข้าเกณฑ์

กำไรสุทธิSMEทั่วไป 20%ต่างกัน
300,000060,00060,000
500,00030,000100,00070,000
1,000,000105,000200,00095,000
2,000,000255,000400,000145,000
3,000,000405,000600,000195,000
5,000,000805,0001,000,000195,000
10,000,0001,805,0002,000,000195,000

ถามเกี่ยวกับหน้านี้

ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทยเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิในอัตรา 20% เป็นหลัก แต่กิจการขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับอัตราลดแบบขั้นบันได ซึ่งทำให้ภาษีถูกลงมากโดยเฉพาะในช่วงกำไรไม่สูง หน้านี้คำนวณให้ทั้งสองแบบพร้อมกัน และบอกด้วยว่ากิจการของคุณเข้าเกณฑ์อัตราลดหรือไม่

สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือตัวเลขที่ล้าสมัย เว็บบัญชีและบทความจำนวนมากยังเขียนว่าขั้นกลางคือ 10% ซึ่งเคยถูกเฉพาะรอบบัญชีปี 2558 และ 2559 เท่านั้น พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 603) พ.ศ. 2559 เปลี่ยนเป็น 15% สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ใครคำนวณด้วย 10% จะประมาณการภาษีขาดไปหนึ่งในสาม

วิธีคำนวณ

เงื่อนไขเข้าข่ายอัตราลด ต้องเข้าครบทั้งสองข้อ คือทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ข้อสังเกตสำคัญคือกฎหมายเขียนว่า "รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ" ไม่ใช่รายได้รวมทุกประเภท และต้องเข้าเกณฑ์ต่อเนื่องกันตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2555 เป็นต้นมา

อัตราลดสำหรับ SME คิดแบบขั้นบันไดสะสมเหมือนภาษีบุคคลธรรมดา กำไรสุทธิสามแสนบาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินสามแสนถึงสามล้านคิด 15% และส่วนที่เกินสามล้านขึ้นไปคิด 20%

อัตราทั่วไป คือ 20% ของกำไรสุทธิทั้งจำนวน ไม่มีส่วนยกเว้นและไม่มีขั้นบันได อัตรานี้เป็นอัตราตามบัญชีอัตราภาษีท้ายประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้เป็น 20% โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2559 จึงไม่ใช่การลดอัตราชั่วคราวที่ต้องต่ออายุอีกต่อไป

กำไรสุทธิทางภาษี มักไม่เท่ากับกำไรทางบัญชี เพราะประมวลรัษฎากรมีรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงหลายอย่าง ตัวเลขที่ควรใส่ในหน้านี้คือกำไรสุทธิหลังปรับปรุงแล้ว

กำหนดยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ซึ่งเป็นแบบประจำรอบบัญชี ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ส่วน ภ.ง.ด.51 ซึ่งเป็นแบบครึ่งรอบ ยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี จุดที่ผู้ประกอบการพลาดบ่อยคือการประมาณการกำไรสุทธิใน ภ.ง.ด.51 ต่ำเกินไป ถ้าประมาณการขาดไปเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ชำระขาด

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงอัตราของ SME คือ 10% หรือ 15%

คือ 15% สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป อัตรา 10% ใช้ได้เฉพาะรอบบัญชีปี 2558 และ 2559 ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 603) พ.ศ. 2559 ซึ่งเขียนแยกสองวงเล็บไว้ชัดเจน วงเล็บของ 10% ผูกกับช่วงปีนั้นโดยเฉพาะ ส่วนวงเล็บของ 15% กับ 20% ไม่มีวันสิ้นสุด

ทุนจดทะเบียนกับทุนที่ชำระแล้วต่างกันอย่างไร ใช้ตัวไหน

กฎหมายใช้ทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน บริษัทที่จดทะเบียนทุน 10 ล้านแต่เรียกชำระจริงเพียง 3 ล้าน จะดูที่ 3 ล้านซึ่งยังไม่เกินเกณฑ์ 5 ล้าน

รายได้ 30 ล้านนับรวมดอกเบี้ยรับและรายได้อื่นด้วยไหม

กฎหมายเขียนว่ารายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่แคบกว่ารายได้รวม รายได้ประเภทอื่นเช่นดอกเบี้ยรับหรือกำไรจากการขายทรัพย์สิน ไม่ได้อยู่ในถ้อยคำนี้ อย่างไรก็ตามการตีความในกรณีที่ซับซ้อนควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรง

ปีนี้รายได้เกิน 30 ล้าน ปีหน้ากลับมาต่ำกว่า จะได้อัตราลดคืนไหม

ไม่ได้ มาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) กำหนดให้ต้องเข้าเกณฑ์ต่อเนื่องกันตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลัง 1 มกราคม 2555 เป็นต้นมา เมื่อหลุดเกณฑ์ในรอบใดรอบหนึ่งแล้ว จะไม่กลับมาเข้าเงื่อนไขนี้อีก

บริษัทขาดทุนต้องยื่นแบบไหม

ต้องยื่น การมีหน้าที่ยื่นแบบไม่ได้ขึ้นกับว่ามีภาษีต้องเสียหรือไม่ บริษัทที่ขาดทุนหรือไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายในกำหนด และผลขาดทุนสุทธิสามารถยกไปหักในรอบบัญชีถัดไปได้ไม่เกินห้ารอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ประมาณการกำไรใน ภ.ง.ด.51 ต่ำไปจะเป็นอย่างไร

ถ้าประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ชำระขาด นี่เป็นจุดที่กิจการที่กำไรโตเร็วในครึ่งปีหลังพลาดกันบ่อย จึงควรประมาณการอย่างระมัดระวัง

แหล่งอ้างอิง

ตรวจสอบอัตราล่าสุด 6 ก.ย. 2569

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง