คำนวณไทย
calcthai.com · คำนวณผ่อนรถ ค่างวดรถต่อเดือน
รถยนต์
คำนวณผ่อนรถ ค่างวดรถต่อเดือน
คำนวณค่างวดรถใหม่และรถมือสอง จากราคารถ เงินดาวน์ และดอกเบี้ยคงที่ พร้อมตารางผ่อนรายงวด ตารางยอดจัดตามราคารถ และเทียบดอกเบี้ยที่แท้จริงกับเพดานตามกฎหมาย
ตารางผ่อนรถ ตามราคารถ — ดาวน์ 20% ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี
| ราคารถ | ยอดจัดไฟแนนซ์ | 48 งวด | 60 งวด | 72 งวด | 84 งวด |
|---|---|---|---|---|---|
| 300,000 | 240,000 | 5,600 | 4,600 | 3,933 | 3,457 |
| 500,000 | 400,000 | 9,333 | 7,667 | 6,556 | 5,762 |
| 650,000 | 520,000 | 12,133 | 9,967 | 8,522 | 7,490 |
| 800,000 | 640,000 | 14,933 | 12,267 | 10,489 | 9,219 |
| 1,000,000 | 800,000 | 18,667 | 15,333 | 13,111 | 11,524 |
| 1,300,000 | 1,040,000 | 24,267 | 19,933 | 17,044 | 14,981 |
| 1,600,000 | 1,280,000 | 29,867 | 24,533 | 20,978 | 18,438 |
| 2,000,000 | 1,600,000 | 37,333 | 30,667 | 26,222 | 23,048 |
ตารางผ่อนรถรายงวด — ยอดจัด 640,000 บาท 60 งวด
| งวดที่ | ค่างวด | เงินต้น | ดอกเบี้ย | เงินต้นคงเหลือ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 12,267 | 9,258 | 3,009 | 630,742 |
| 2 | 12,267 | 9,301 | 2,965 | 621,441 |
| 3 | 12,267 | 9,345 | 2,922 | 612,096 |
| 4 | 12,267 | 9,389 | 2,878 | 602,707 |
| 5 | 12,267 | 9,433 | 2,834 | 593,274 |
| 6 | 12,267 | 9,477 | 2,789 | 583,797 |
| 7 | 12,267 | 9,522 | 2,745 | 574,275 |
| 8 | 12,267 | 9,567 | 2,700 | 564,708 |
| 9 | 12,267 | 9,612 | 2,655 | 555,096 |
| 10 | 12,267 | 9,657 | 2,610 | 545,439 |
| 11 | 12,267 | 9,702 | 2,564 | 535,737 |
| 12 | 12,267 | 9,748 | 2,519 | 525,989 |
| 13 | 12,267 | 9,794 | 2,473 | 516,195 |
| 14 | 12,267 | 9,840 | 2,427 | 506,356 |
| 15 | 12,267 | 9,886 | 2,381 | 496,470 |
| 16 | 12,267 | 9,933 | 2,334 | 486,537 |
| 17 | 12,267 | 9,979 | 2,287 | 476,558 |
| 18 | 12,267 | 10,026 | 2,241 | 466,532 |
| 19 | 12,267 | 10,073 | 2,193 | 456,458 |
| 20 | 12,267 | 10,121 | 2,146 | 446,338 |
| 21 | 12,267 | 10,168 | 2,098 | 436,170 |
| 22 | 12,267 | 10,216 | 2,051 | 425,954 |
| 23 | 12,267 | 10,264 | 2,003 | 415,689 |
| 24 | 12,267 | 10,312 | 1,954 | 405,377 |
| 25 | 12,267 | 10,361 | 1,906 | 395,016 |
| 26 | 12,267 | 10,410 | 1,857 | 384,607 |
| 27 | 12,267 | 10,458 | 1,808 | 374,148 |
| 28 | 12,267 | 10,508 | 1,759 | 363,641 |
| 29 | 12,267 | 10,557 | 1,710 | 353,084 |
| 30 | 12,267 | 10,607 | 1,660 | 342,477 |
| 31 | 12,267 | 10,657 | 1,610 | 331,821 |
| 32 | 12,267 | 10,707 | 1,560 | 321,114 |
| 33 | 12,267 | 10,757 | 1,510 | 310,357 |
| 34 | 12,267 | 10,808 | 1,459 | 299,549 |
| 35 | 12,267 | 10,858 | 1,408 | 288,691 |
| 36 | 12,267 | 10,909 | 1,357 | 277,782 |
| 37 | 12,267 | 10,961 | 1,306 | 266,821 |
| 38 | 12,267 | 11,012 | 1,254 | 255,809 |
| 39 | 12,267 | 11,064 | 1,203 | 244,745 |
| 40 | 12,267 | 11,116 | 1,151 | 233,629 |
| 41 | 12,267 | 11,168 | 1,098 | 222,461 |
| 42 | 12,267 | 11,221 | 1,046 | 211,240 |
| 43 | 12,267 | 11,274 | 993 | 199,966 |
| 44 | 12,267 | 11,327 | 940 | 188,640 |
| 45 | 12,267 | 11,380 | 887 | 177,260 |
| 46 | 12,267 | 11,433 | 833 | 165,827 |
| 47 | 12,267 | 11,487 | 780 | 154,340 |
| 48 | 12,267 | 11,541 | 726 | 142,799 |
| 49 | 12,267 | 11,595 | 671 | 131,203 |
| 50 | 12,267 | 11,650 | 617 | 119,553 |
| 51 | 12,267 | 11,705 | 562 | 107,849 |
| 52 | 12,267 | 11,760 | 507 | 96,089 |
| 53 | 12,267 | 11,815 | 452 | 84,274 |
| 54 | 12,267 | 11,870 | 396 | 72,404 |
| 55 | 12,267 | 11,926 | 340 | 60,478 |
| 56 | 12,267 | 11,982 | 284 | 48,495 |
| 57 | 12,267 | 12,039 | 228 | 36,457 |
| 58 | 12,267 | 12,095 | 171 | 24,361 |
| 59 | 12,267 | 12,152 | 115 | 12,209 |
| 60 | 12,267 | 12,209 | 57 | 0 |
ตารางเทียบระยะเวลาผ่อน — ค่างวดรถและดอกเบี้ยที่แท้จริง
| ระยะเวลา | ค่างวด/เดือน | ดอกเบี้ยรวม | จ่ายรวมทั้งหมด | ดอกเบี้ยแท้จริง |
|---|---|---|---|---|
| 12 งวด | 54,933 | 19,200 | 659,200 | 5.49% |
| 24 งวด | 28,267 | 38,400 | 678,400 | 5.66% |
| 36 งวด | 19,378 | 57,600 | 697,600 | 5.68% |
| 48 งวด | 14,933 | 76,800 | 716,800 | 5.67% |
| 60 งวด | 12,267 | 96,000 | 736,000 | 5.64% |
| 72 งวด | 10,489 | 115,200 | 755,200 | 5.61% |
| 84 งวด | 9,219 | 134,400 | 774,400 | 5.57% |
ยอดปิดบัญชีรถก่อนกำหนด — ส่วนลดดอกเบี้ยขั้นต่ำที่กฎหมายบังคับ (เฉพาะผู้เช่าซื้อบุคคลธรรมดา ใช้รถส่วนตัว สัญญาตั้งแต่ 10 ม.ค. 2566)
| ชำระแล้ว (งวด) | ค่างวดที่เหลือ | ขั้นส่วนลด | ส่วนลดดอกเบี้ยขั้นต่ำ | ยอดปิดบัญชีไม่เกิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 723,733 | 60% | 55,795 | 667,939 |
| 2 | 711,467 | 60% | 54,015 | 657,451 |
| 3 | 699,200 | 60% | 52,262 | 646,938 |
| 4 | 686,933 | 60% | 50,536 | 636,398 |
| 5 | 674,667 | 60% | 48,836 | 625,831 |
| 6 | 662,400 | 60% | 47,162 | 615,238 |
| 7 | 650,133 | 60% | 45,515 | 604,618 |
| 8 | 637,867 | 60% | 43,895 | 593,971 |
| 9 | 625,600 | 60% | 42,302 | 583,298 |
| 10 | 613,333 | 60% | 40,736 | 572,597 |
| 11 | 601,067 | 60% | 39,198 | 561,869 |
| 12 | 588,800 | 60% | 37,686 | 551,114 |
| 13 | 576,533 | 60% | 36,203 | 540,331 |
| 14 | 564,267 | 60% | 34,747 | 529,520 |
| 15 | 552,000 | 60% | 33,318 | 518,682 |
| 16 | 539,733 | 60% | 31,918 | 507,816 |
| 17 | 527,467 | 60% | 30,545 | 496,921 |
| 18 | 515,200 | 60% | 29,201 | 485,999 |
| 19 | 502,933 | 60% | 27,885 | 475,048 |
| 20 | 490,667 | 70% | 31,030 | 459,636 |
| 21 | 478,400 | 70% | 29,561 | 448,839 |
| 22 | 466,133 | 70% | 28,126 | 438,007 |
| 23 | 453,867 | 70% | 26,724 | 427,143 |
| 24 | 441,600 | 70% | 25,356 | 416,244 |
| 25 | 429,333 | 70% | 24,022 | 405,311 |
| 26 | 417,067 | 70% | 22,722 | 394,345 |
| 27 | 404,800 | 70% | 21,456 | 383,344 |
| 28 | 392,533 | 70% | 20,225 | 372,309 |
| 29 | 380,267 | 70% | 19,028 | 361,239 |
| 30 | 368,000 | 70% | 17,866 | 350,134 |
| 31 | 355,733 | 70% | 16,739 | 338,994 |
| 32 | 343,467 | 70% | 15,647 | 327,820 |
| 33 | 331,200 | 70% | 14,590 | 316,610 |
| 34 | 318,933 | 70% | 13,569 | 305,365 |
| 35 | 306,667 | 70% | 12,583 | 294,084 |
| 36 | 294,400 | 70% | 11,633 | 282,767 |
| 37 | 282,133 | 70% | 10,719 | 271,415 |
| 38 | 269,867 | 70% | 9,840 | 260,026 |
| 39 | 257,600 | 70% | 8,999 | 248,601 |
| 40 | 245,333 | 70% | 8,193 | 237,140 |
| 41 | 233,067 | 100% | 10,606 | 222,461 |
| 42 | 220,800 | 100% | 9,560 | 211,240 |
| 43 | 208,533 | 100% | 8,567 | 199,966 |
| 44 | 196,267 | 100% | 7,627 | 188,640 |
| 45 | 184,000 | 100% | 6,740 | 177,260 |
| 46 | 171,733 | 100% | 5,907 | 165,827 |
| 47 | 159,467 | 100% | 5,127 | 154,340 |
| 48 | 147,200 | 100% | 4,401 | 142,799 |
| 49 | 134,933 | 100% | 3,730 | 131,203 |
| 50 | 122,667 | 100% | 3,113 | 119,553 |
| 51 | 110,400 | 100% | 2,551 | 107,849 |
| 52 | 98,133 | 100% | 2,044 | 96,089 |
| 53 | 85,867 | 100% | 1,592 | 84,274 |
| 54 | 73,600 | 100% | 1,196 | 72,404 |
| 55 | 61,333 | 100% | 856 | 60,478 |
| 56 | 49,067 | 100% | 571 | 48,495 |
| 57 | 36,800 | 100% | 343 | 36,457 |
| 58 | 24,533 | 100% | 172 | 24,361 |
| 59 | 12,267 | 100% | 57 | 12,209 |
ถามเกี่ยวกับหน้านี้
ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น
เครื่องมือนี้คำนวณค่างวดรถต่อเดือนจากราคารถ เงินดาวน์ และดอกเบี้ยรถที่ไฟแนนซ์แจ้ง ใช้ได้ทั้งรถใหม่และรถมือสอง พร้อมตารางผ่อนรถรายงวด และตารางยอดจัดไฟแนนซ์ที่ไล่ตามราคารถให้กวาดสายตาหาแถวของตัวเองได้ทันที
สินเชื่อรถยนต์ในประเทศไทยเกือบทั้งหมดคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ หรือที่เรียกว่า Flat Rate ซึ่งต่างจากสินเชื่อบ้านที่คิดแบบลดต้นลดดอกอย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างนี้สำคัญมากแต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ ทำให้เข้าใจผิดว่าดอกเบี้ยรถ 3% ถูกกว่าดอกเบี้ยบ้าน 6% ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อแปลงเป็นอัตราเดียวกัน ดอกเบี้ยรถ 3% แบบคงที่มีต้นทุนใกล้เคียงกับดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณ 5.5% ถึง 5.7% ต่อปี
ที่สำคัญกว่านั้นคือ กฎหมายเช่าซื้อกำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้เป็น "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี" ไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่ที่ไฟแนนซ์แจ้ง ตัวเลขที่หน้านี้คำนวณให้จึงเป็นตัวเดียวกับที่ใช้ตัดสินว่าดีลที่คุณได้มาอยู่ในกรอบกฎหมายหรือไม่
วิธีคำนวณ
วิธีคิดดอกเบี้ยรถและค่างวดรถ ทีละขั้น ดอกเบี้ยคงที่คำนวณตรงไปตรงมาสี่ขั้น
1. ยอดจัดไฟแนนซ์ = ราคารถ − เงินดาวน์ 2. ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา = ยอดจัดไฟแนนซ์ × อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี × จำนวนปีที่ผ่อน 3. ค่างวดรถต่อเดือน = (ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด 4. ทุกงวดจ่ายเท่ากัน แต่สัดส่วนเงินต้นกับดอกเบี้ยในแต่ละงวดไม่เท่ากัน
ตัวอย่างตามค่าเริ่มต้นของหน้านี้ ราคารถ 800,000 บาท ดาวน์ 20% เหลือยอดจัดไฟแนนซ์ 640,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยรวมเท่ากับ 640,000 คูณ 3% คูณ 5 ปี เท่ากับ 96,000 บาท รวมต้องจ่ายทั้งสิ้น 736,000 บาท หารด้วย 60 งวด ได้ค่างวดรถเดือนละ 12,266.67 บาท เท่ากันทุกงวด
จุดที่เว็บคำนวณผ่อนรถส่วนใหญ่ทำผิด และเป็นจุดที่ทำให้ยอดปิดบัญชีเพี้ยนหลักหมื่น ค่างวดเท่ากันก็จริง แต่สัดส่วนเงินต้นกับดอกเบี้ยในแต่ละงวดไม่เท่ากัน หน้าคำถาม-คำตอบของ สคบ. ข้อ 4 ระบุไว้ว่าสัดส่วนนี้ต้องคิดตามประกาศเรื่องสัญญาเช่า ของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี และต้องแสดงเป็น "ตารางแสดงภาระหนี้" แนบท้ายสัญญาเช่าซื้อให้ผู้บริโภคเห็นว่าแต่ละงวดมีเงินต้นและดอกเบี้ยเท่าไร
การปันส่วนแบบนั้นคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงเหลือจริงในแต่ละงวด ดอกเบี้ยจึงหนักในงวดต้นแล้วเบาลงเรื่อยๆ เหมือนตารางผ่อนบ้าน ตามตัวอย่างค่าเริ่มต้นนี้ งวดแรกเป็นดอกเบี้ยราว 3,009 บาท กับเงินต้นราว 9,258 บาท ส่วนงวดสุดท้ายเหลือดอกเบี้ยเพียงราว 57 บาท ไม่ใช่ดอกเบี้ยงวดละ 1,600 บาทเท่ากันทุกงวดอย่างที่หลายเว็บแสดง ตารางแสดงภาระหนี้ด้านบนคำนวณตามวิธีนี้ จึงเอาไปเทียบกับเอกสารแนบท้ายสัญญาที่คุณถืออยู่ได้ตรงๆ และนี่คือฐานเดียวกับที่ใช้คิดยอดปิดบัญชีก่อนกำหนด
ทำไมดอกเบี้ยคงที่ถึงแพงกว่าที่คิด จุดสำคัญคือดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณทยอยคืนเงินต้นไปเรื่อยๆ ทุกเดือน พอถึงงวดสุดท้ายคุณเหลือหนี้แค่หลักหมื่น แต่ยังคงถูกคิดดอกเบี้ยเสมือนว่ายังเป็นหนี้เต็มจำนวนอยู่ นี่คือเหตุผลที่อัตราที่แท้จริงสูงกว่าตัวเลขที่ประกาศเกือบสองเท่า
อัตราที่แท้จริง และเหตุผลที่เชื่อตัวเลขนี้ได้ อัตราที่แท้จริงคำนวณโดยหาอัตราลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากันพอดี ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ควรใช้เปรียบเทียบเวลาตัดสินใจ เช่น หากคุณมีเงินก้อนและกำลังลังเลว่าจะซื้อสดหรือผ่อน ควรเทียบอัตราที่แท้จริงนี้กับผลตอบแทนที่เงินก้อนนั้นจะสร้างได้หากนำไปลงทุน
สูตรที่หน้านี้ใช้ตรวจทานกับตารางที่ผู้ให้สินเชื่อประกาศเองแล้วตรงกัน ดอกเบี้ยคงที่ 3% ที่ 48 งวด ได้ 5.67% ซึ่งตรงกับตัวเลขในตารางอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อของทิสโก้ ดอกเบี้ยคงที่ 5.60% ที่ 84 งวด ได้ 9.94% ตรงกับที่ไทยพาณิชย์ระบุไว้ในหน้าสินเชื่อรถยนต์ใหม่ และดอกเบี้ยคงที่ 8.60% ที่ 72 งวด ได้ 14.84% ตรงกับที่ไทยพาณิชย์ระบุไว้ในหน้าสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว คุณลองกรอกตัวเลขเหล่านี้เองแล้วดูในตารางเทียบระยะเวลาผ่อนด้านบนได้
เพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อรถตามกฎหมาย ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2565 มีผลกับสัญญาที่ทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 กำหนดเพดานไว้ว่ารถยนต์ใหม่ต้องไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ต้องไม่เกิน 23% ต่อปี
จุดที่พลาดกันมากคือเพดานนี้กำหนดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่ที่ไฟแนนซ์แจ้ง การเอาเรตคงที่ 5% ไปเทียบกับ 10% ตรงๆ จึงเทียบผิดหน่วย เมื่อแปลงกลับด้วยสูตรของหน้านี้ เพดาน 10% ของรถยนต์ใหม่เท่ากับดอกเบี้ยคงที่ราว 5.37% ถึง 5.64% ต่อปี และเพดาน 15% ของรถยนต์ใช้แล้วเท่ากับดอกเบี้ยคงที่ราว 8.18% ถึง 8.87% ต่อปี ที่เป็นช่วงเพราะตัวเลขขึ้นกับจำนวนงวดที่ผ่อน เมื่อคุณเลือกจำนวนงวดแล้ว หน้านี้จะบอกตัวเลขของงวดนั้นให้ใต้ผลลัพธ์
อีกเรื่องที่เพิ่งเปลี่ยน คือตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ธุรกิจให้เช่าซื้อและลีสซิ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ถ้าเจอสัญญาที่คิดเกินเพดาน ร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร 1213
ผ่อนรถมือสองต่างจากรถใหม่ยังไง ต่างกันสี่เรื่องที่กระทบตัวเลขโดยตรง
หนึ่ง เพดานตามกฎหมายคนละตัว รถยนต์ใหม่ 10% รถยนต์ใช้แล้ว 15% ต่อปี ทั้งคู่วัดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
สอง อัตราที่ผู้ให้สินเชื่อเสนอสูงกว่าชัดเจน ตัวอย่างที่ผู้ให้สินเชื่อประกาศไว้เองบนหน้าเว็บของตัวเอง ไทยพาณิชย์ระบุสินเชื่อรถยนต์ใหม่ดอกเบี้ยคงที่ 2.20% ถึง 5.60% ต่อปี เทียบเท่าอัตราที่แท้จริง 4.20% ถึง 9.94% ส่วนสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วระบุดอกเบี้ยคงที่ 4.00% ถึง 8.60% ต่อปี เทียบเท่าอัตราที่แท้จริง 7.51% ถึง 14.84% จะเห็นว่าปลายบนของทั้งสองแบบไปหยุดชิดใต้เพดานกฎหมายพอดี นี่เป็นตัวอย่างของผู้ให้สินเชื่อรายเดียว แต่ละเจ้าไม่เท่ากันและยังขึ้นกับเครดิตผู้กู้ เงินดาวน์ อายุรถ และรุ่นรถ ให้กรอกอัตราที่ไฟแนนซ์เสนอกับคุณจริงลงไป อย่าใช้ตัวเลขตัวอย่างนี้แทน
สาม ยอดจัดของรถมือสองคิดจากราคาประเมินของบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ใช่ราคาที่คุณตกลงกับผู้ขาย เช่นไทยพาณิชย์ระบุวงเงินสูงสุด 90% ของราคาประเมิน หน้านี้คำนวณจากราคาที่คุณกรอกลบเงินดาวน์ตรงๆ ถ้าราคาประเมินออกมาต่ำกว่าราคาซื้อขาย คุณต้องควักเงินสดเพิ่มเอง ควรขอตัวเลขราคาประเมินจากไฟแนนซ์ก่อนวางมัดจำ
สี่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าซื้อจากเต็นท์หรือผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาที่เสนอมักรวม VAT 7% ไว้แล้ว ส่วนรถบ้านที่ซื้อจากบุคคลธรรมดาไม่มี VAT หน้านี้ไม่บวก VAT ให้ ให้กรอกราคาที่ตกลงกันจริงลงไป และถามผู้ขายให้ชัดว่าราคานั้นรวม VAT แล้วหรือยัง เพราะเครื่องคำนวณของแต่ละเว็บรวมไม่เหมือนกัน ทำให้ค่างวดที่เห็นเทียบกันไม่ได้
ส่วนที่ไม่ต่างกันคือระยะเวลาผ่อนสูงสุด ผู้ให้สินเชื่อรายใหญ่ให้ยาวสุด 84 งวดทั้งรถใหม่และรถมือสอง ตรงกับตัวเลือกที่หน้านี้มีให้
ผ่อนนานขึ้นไม่ได้ถูกลง ข้อควรระวังของดอกเบี้ยคงที่คือยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยรวมยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนตรงกับจำนวนปี ต่างจากลดต้นลดดอกที่การยืดเวลาเพิ่มดอกเบี้ยแบบไม่เป็นเชิงเส้น ตารางเทียบระยะเวลาผ่อนด้านบนแสดงให้เห็นชัดว่าการเลือกผ่อน 7 ปีแทน 5 ปี ทำให้ค่างวดลดลงจริง แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายตอนออกรถ นอกจากค่างวด ค่างวดไม่ใช่เงินก้อนเดียวที่ต้องเตรียม รายการด้านล่างเรียงตามความแน่นอนของแหล่งอ้างอิง จากที่ยืนยันได้ชัดที่สุดลงไป
ค่าโอนทะเบียนรถที่กรมการขนส่งทางบกเรียกเก็บ ตามคู่มือสำหรับประชาชนเรื่องการโอนรถ ประกอบด้วยค่าคำขอฉบับละ 5 บาท ค่าโอนทะเบียนรถครั้งละ 100 บาท และค่าอากรแสตมป์ซื้อขายยานพาหนะร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน เช่นราคาประเมิน 800,000 บาท คิดเป็นอากรแสตมป์ 4,000 บาท
อากรแสตมป์ติดสัญญาเช่าซื้อ 0.1% ของยอดรวมตลอดสัญญา คิดในอัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ตามตัวอย่างค่าเริ่มต้นของหน้านี้ที่ยอดรวม 736,000 บาท จะตกราว 736 บาท
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นายทะเบียน คปภ. กำหนดกรอบเบี้ยประกันภัยพื้นฐานไว้เป็นกฎหมาย สำหรับรถยนต์นั่ง ชั้น 1 อยู่ระหว่างขั้นต่ำ 7,600 บาท ถึงขั้นสูง 12,000 บาท และรถกระบะอยู่ระหว่าง 13,000 ถึง 17,000 บาท ย้ำว่านี่คือกรอบของ "เบี้ยพื้นฐาน" ที่บริษัทห้ามคิดเกินหรือต่ำกว่า ไม่ใช่ราคาที่คุณจ่ายจริง เพราะยังต้องปรับด้วยตัวแปรอีกหลายตัวทั้งขนาดเครื่องยนต์ ทุนประกัน อายุรถ กลุ่มรถ และประวัติการขับขี่ หน้านี้ไม่คำนวณเบี้ยประกันให้ ให้ขอใบเสนอราคาจากบริษัทประกัน
เรื่องที่หน้านี้ยืนยันไม่ได้ คือ อัตราเบี้ย พ.ร.บ. เราพยายามตรวจจากเว็บ คปภ. โดยตรงแล้วเปิดตารางอัตราไม่ได้ จึงไม่ขอลงตัวเลขให้ ให้สอบถามบริษัทประกันหรือตัวแทนแทน ตัวเลขที่เห็นตามเว็บทั่วไปอาจถูก แต่เราไม่ยืนยัน
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของทิสโก้ซึ่งเป็นฉบับที่เราเปิดอ่านได้ ไม่มีรายการชื่อ "ค่าจัดไฟแนนซ์" หรือค่าดำเนินการอนุมัติสินเชื่อเลย ถ้ามีใครเรียกเก็บเป็นก้อนต่างหาก ให้ขอดูประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของผู้ให้เช่าซื้อรายนั้นก่อนจ่าย ส่วนค่าบริการงานทะเบียนที่ไฟแนนซ์คิด เช่น ค่าบริการต่อภาษีประจำปี 250 บาท เป็นค่าบริการเมื่อคุณร้องขอให้ทำแทน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมบังคับ ไปต่อเองที่ขนส่งก็ไม่ต้องเสีย
ปิดบัญชีก่อนกำหนด สิทธิที่หลายคนไม่รู้ว่ามี ประกาศฉบับเดียวกันบังคับให้ผู้ให้เช่าซื้อลดดอกเบี้ยส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระให้ผู้เช่าซื้อเมื่อขอปิดบัญชีก่อนกำหนด เป็นขั้นบันไดสามขั้นตามสัดส่วนงวดที่ผ่อนไปแล้ว ผ่อนมาไม่เกินหนึ่งในสามของงวดทั้งหมด ต้องลดให้ไม่น้อยกว่า 60% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ผ่อนมาตั้งแต่หนึ่งในสามถึงสองในสาม ต้องลดให้ไม่น้อยกว่า 70% และผ่อนเกินสองในสามไปแล้ว ต้องลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระให้ทั้งหมด
สิ่งสำคัญที่ตัวบทเขียนไว้และเว็บอื่นมักข้าม คือคำว่า "คิดคำนวณดอกเบี้ยเช่าซื้อตามมาตรฐานการบัญชี" ก่อนหักส่วนลด หมายความว่าดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต้องคิดจากตารางแสดงภาระหนี้ที่ดอกเบี้ยหนักงวดต้น ไม่ใช่เอาดอกเบี้ยรวมมาหารจำนวนงวดแล้วคูณงวดที่เหลือ สองวิธีนี้ให้ผลต่างกันมาก ตามตัวอย่างค่าเริ่มต้นของหน้านี้ ถ้าผ่อนมาแล้ว 30 งวด วิธีหารเฉลี่ยจะบอกว่าเหลือดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด 48,000 บาท แต่วิธีที่ถูกคือ 25,523 บาท ทำให้ยอดปิดบัญชีต่างกันราว 15,700 บาท หน้านี้ใช้วิธีตามมาตรฐานการบัญชี
ตารางยอดปิดบัญชีด้านบนแปลงขั้นบันไดนี้เป็นตัวเลขของสัญญาคุณให้ครบทุกงวดแล้ว ขอย้ำสามเรื่อง เรื่องแรก ตัวเลขในตารางคือยอดสูงสุดที่เรียกได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดจริง เพราะตัวบทเขียนว่า "ไม่น้อยกว่า" ผู้ให้เช่าซื้อลดให้มากกว่านั้นได้ และอาจมีรายการอื่นตามสัญญาที่หน้านี้ไม่รู้ เรื่องที่สอง จุดที่ผ่อนครบหนึ่งในสามพอดี ตัวบทเข้าได้ทั้งขั้น 60% และขั้น 70% หน้านี้ใช้ขั้น 70% เพราะเป็นผลที่ดีกว่ากับผู้เช่าซื้อ เรื่องที่สาม ประกาศฉบับนี้ใช้เฉพาะการเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อเป็นบุคคลธรรมดาและนำรถไปใช้ส่วนตัวเท่านั้น ถ้าเป็นนิติบุคคล หรือเอารถไปรับจ้างขนของรับส่งคน ไม่อยู่ในบังคับของประกาศนี้ ต้องดูเงื่อนไขส่วนลดของผู้ให้เช่าซื้อรายนั้นแทน
สิ่งที่ตารางนี้ไม่ได้รวมให้ และอาจทำให้ยอดจริงสูงกว่าที่เห็น คือภาษีมูลค่าเพิ่มตามสัญญา ประกาศฉบับเดียวกันข้อ 18 พูดถึง "ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่เหลือตามสัญญาฯ" ในฐานะรายการที่ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบ หน้านี้ไม่ทราบว่าสัญญาของคุณคิด VAT อย่างไรและรวมอยู่ในค่างวดแล้วหรือยัง จึงไม่คำนวณให้ นอกจากนี้ยังอาจมีค่าเบี้ยปรับผิดนัดหรือค่าทวงถามหนี้ที่ค้างอยู่ ตัวเลขในตารางจึงเป็นเพดานของ "ส่วนดอกเบี้ย" ตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดสุทธิที่ต้องโอน
วิธีใช้ให้ได้ประโยชน์จริงคือขอยอดปิดบัญชีจากไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วขอให้แยกรายการมาด้วยว่าส่วนไหนเป็นเงินต้น ส่วนไหนเป็นดอกเบี้ยหลังหักส่วนลด และส่วนไหนเป็นภาษีหรือค่าธรรมเนียม แล้วเอาเฉพาะสองส่วนแรกมาเทียบกับตัวเลขในตาราง ถ้าต่างกันมากโดยไม่มีคำอธิบาย ให้ขอคำอธิบายก่อนจ่าย
ถ้าผ่อนไม่ไหวจะเจออะไร ค่าทวงถามหนี้ไม่ใช่ราคาที่แต่ละเจ้าตั้งเองได้ตามใจ หน้าคำถาม-คำตอบของ สคบ. ข้อ 3 ระบุว่าต้องทำตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้กำหนด คือผิดนัด 1 งวด เรียกเก็บได้ไม่เกิน 50 บาทต่อรอบการทวงถามหนี้ ผิดนัด 2 งวดขึ้นไป ไม่เกิน 100 บาทต่อรอบ และถ้ามีการลงพื้นที่ติดตาม เรียกเพิ่มได้อีกไม่เกิน 400 บาทต่อรอบ นี่คือเพดานตามกฎหมายที่ใช้กับผู้ให้เช่าซื้อทุกราย ไม่ใช่แค่บางเจ้า ถ้าถูกเรียกเก็บสูงกว่านี้ ให้ทักท้วงได้เลย และข้อสำคัญคือค่าทวงถามหนี้นี้ "ไม่ใช่" ค่าติดตามเอารถกลับคืน ซึ่งเป็นคนละรายการกัน
ส่วนที่เป็นกฎหมายเหมือนกันทุกเจ้าอีกสามข้อ หนึ่ง เบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระคิดได้ไม่เกิน 5% ต่อปี และคำนวณจากยอดเงินที่ผิดนัดชำระ ไม่ใช่จากยอดหนี้ทั้งก้อน สอง ถ้าจะเอาเงินค่างวดที่คุณจ่ายไปหักเป็นค่าทวงถามหนี้หรือเบี้ยปรับ ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหนังสือแจ้งล่วงหน้า 7 วันก่อน ถ้าไม่แจ้งก็ไม่มีสิทธิหัก สาม ถ้าถูกยกเลิกสัญญาแล้วรถถูกนำออกขายทอดตลาดได้ไม่พอหนี้ ส่วนที่ขาดหรือที่เรียกกันว่าติ่งหนี้ ผู้ให้เช่าซื้อคิดได้เฉพาะเงินต้นเท่านั้น จะเอาดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระมารวมด้วยไม่ได้ ข้อนี้เปลี่ยนยอดที่ถูกเรียกเก็บได้หลักหมื่นถึงหลักแสน และเป็นข้อที่คนถูกเรียกเก็บมักไม่รู้ว่ามี
อีกสองเรื่องที่คนเสียสิทธิบ่อยเพราะไม่รู้ ก่อนนำรถออกประมูลหรือขายทอดตลาด ผู้ให้เช่าซื้อต้องมีหนังสือแจ้งคุณและผู้ค้ำประกันล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และในช่วงนั้นคุณหรือผู้ค้ำมีสิทธิใช้สิทธิปิดบัญชีพร้อมส่วนลดขั้นบันไดชุดเดียวกับที่อธิบายไว้ข้างบน หรือจะให้คนอื่นมาปิดบัญชีแทนก็ได้และได้สิทธิเท่ากัน อีกเรื่องคือถ้าขายทอดตลาดแล้วได้ราคาเกินกว่ามูลหนี้ที่ค้าง คุณมีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินนั้นคืน ไม่ใช่ของผู้ให้เช่าซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ค่างวดรถคิดจากอะไรบ้าง
คิดจากสามตัวเลขเท่านั้น คือยอดจัดไฟแนนซ์ (ราคารถลบเงินดาวน์) อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี และจำนวนงวด สูตรคือเอายอดจัดคูณอัตราดอกเบี้ยคูณจำนวนปีได้ดอกเบี้ยรวม แล้วเอายอดจัดบวกดอกเบี้ยรวมหารด้วยจำนวนงวด ได้ค่างวดรถที่เท่ากันทุกเดือน สังเกตว่าไม่มีตัวแปรเรื่องรายได้หรือเครดิตอยู่ในสูตรเลย สองเรื่องนั้นมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่ไฟแนนซ์เสนอให้ ไม่ได้มีผลต่อวิธีคิดค่างวด
ผ่อนรถมือสองต่างจากรถใหม่ยังไง
ต่างกันสี่เรื่อง หนึ่ง เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายของรถยนต์ใช้แล้วอยู่ที่ 15% ต่อปีแบบอัตราที่แท้จริง ส่วนรถใหม่อยู่ที่ 10% สอง อัตราที่ผู้ให้สินเชื่อเสนอสำหรับรถมือสองสูงกว่ารถใหม่อย่างชัดเจน สาม วงเงินของรถมือสองคิดจากราคาประเมินของบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ใช่ราคาที่คุณตกลงกับผู้ขาย ถ้าประเมินต่ำกว่าที่ตกลงไว้ คุณต้องเตรียมเงินสดเพิ่ม สี่ ถ้าซื้อผ่านเต็นท์ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคามักรวม VAT 7% แล้ว ส่วนรถบ้านจากบุคคลธรรมดาไม่มี VAT ส่วนระยะเวลาผ่อนสูงสุดเท่ากันคือ 84 งวด
ดอกเบี้ยรถเท่าไหร่ถึงเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลกับสัญญาตั้งแต่ 10 มกราคม 2566 กำหนดเพดานไว้ที่รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี แต่ตัวเลขนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่ที่ไฟแนนซ์แจ้ง เมื่อแปลงกลับเป็นดอกเบี้ยคงที่ เพดานของรถใหม่ตกอยู่ราว 5.37% ถึง 5.64% ต่อปี และของรถใช้แล้วราว 8.18% ถึง 8.87% ต่อปี ขึ้นกับจำนวนงวด กรอกตัวเลขของคุณด้านบนแล้วหน้านี้จะบอกให้ว่าเกินหรือไม่ พร้อมบอกเรตคงที่ที่ชนเพดานของจำนวนงวดที่คุณเลือก
ดอกเบี้ยคงที่กับลดต้นลดดอกต่างกันอย่างไร
ดอกเบี้ยคงที่คิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา ไม่ว่าคุณจะผ่อนไปแล้วเท่าไหร่ก็ตาม ส่วนลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ซึ่งลดลงเรื่อยๆ ผลคือดอกเบี้ยคงที่ในอัตราเดียวกันจะแพงกว่าลดต้นลดดอกเกือบสองเท่า สินเชื่อรถใช้แบบคงที่ ส่วนสินเชื่อบ้านใช้แบบลดต้นลดดอก
ดอกเบี้ยรถ 3% เทียบเท่าดอกเบี้ยบ้านกี่เปอร์เซ็นต์
ประมาณ 5.5% ถึง 5.7% ต่อปีแบบลดต้นลดดอก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาผ่อน อัตราที่แท้จริงอยู่ราว 1.8 ถึง 1.9 เท่าของอัตราคงที่ที่ประกาศ โดยสูงสุดที่ระยะผ่อนประมาณ 3 ปี แล้วลดลงเล็กน้อยเมื่อผ่อนนานขึ้น ตัวเลขที่แน่นอนของแต่ละระยะเวลาดูได้จากตารางเทียบระยะเวลาผ่อนด้านบน เครื่องมือนี้คำนวณตัวเลขที่แท้จริงให้ดูในช่องผลลัพธ์แล้ว
โปะค่างวดรถแล้วดอกเบี้ยลดเหมือนผ่อนบ้านไหม
ไม่เหมือนกัน และนี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด สินเชื่อบ้านคิดแบบลดต้นลดดอก การโปะจึงลดเงินต้นทันทีและดอกเบี้ยงวดถัดไปลดลงจริง แต่สินเชื่อรถคิดดอกเบี้ยคงที่ซึ่งบวกดอกเบี้ยทั้งก้อนเข้าไปในยอดหนี้ตั้งแต่วันเซ็นสัญญาแล้ว การจ่ายเกินในแต่ละงวดจึงไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลดลงเอง ทางที่ได้ส่วนลดดอกเบี้ยจริงคือการปิดบัญชีก่อนกำหนด ซึ่งต้องขอยอดปิดบัญชีจากไฟแนนซ์เป็นตัวเลขเฉพาะราย
ปิดค่างวดก่อนกำหนดคุ้มไหม
คุ้มกว่าการโปะแน่นอน เพราะเป็นทางเดียวที่ทำให้ดอกเบี้ยรถลดลงจริง ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 บังคับให้ผู้ให้เช่าซื้อลดดอกเบี้ยส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระให้เป็นขั้นบันไดสามขั้น ถ้าผ่อนมาแล้วไม่เกินหนึ่งในสามของงวดทั้งหมด ต้องลดให้ไม่น้อยกว่า 60% ถ้าผ่อนมาแล้วตั้งแต่หนึ่งในสามถึงสองในสาม ต้องลดให้ไม่น้อยกว่า 70% และถ้าผ่อนเกินสองในสามไปแล้ว ต้องลดดอกเบี้ยที่เหลือให้ทั้งหมด ตารางยอดปิดบัญชีด้านบนคำนวณตัวเลขของสัญญาคุณให้แล้วทุกงวด ย้ำว่านั่นคือ "ยอดสูงสุดที่กฎหมายยอมให้เรียก" ไม่ใช่ยอดจริง เพราะกฎหมายเขียนว่าไม่น้อยกว่า ไฟแนนซ์ลดมากกว่านั้นได้ ให้ขอยอดปิดบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเทียบกับตัวเลขในตาราง ถ้าเขาเรียกสูงกว่า ให้ขอคำอธิบายเป็นรายการก่อนจ่าย
ควรดาวน์เท่าไหร่ดี
ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรกคือดาวน์ขั้นต่ำที่ผู้ให้สินเชื่อรับ ซึ่งต่ำกว่าที่หลายคนคิด รถใหม่บางโครงการเริ่มที่ 0% ได้ตามเงื่อนไข ส่วนรถมือสองมักจัดวงเงินได้ถึงราว 90% ของราคาประเมิน เท่ากับดาวน์ราว 10% เรื่องที่สองคือดาวน์เท่าไหร่ถึงจะดีกับตัวคุณเอง ซึ่ง 20 ถึง 25% ยังเป็นคำแนะนำที่ดีอยู่ เพราะดอกเบี้ยคิดจากยอดจัดไฟแนนซ์ ดาวน์มากขึ้นจึงลดดอกเบี้ยรวมลงตามสัดส่วนโดยตรง และมักได้อัตราที่ต่ำกว่าด้วย แต่ควรเหลือเงินสำรองฉุกเฉินไว้ อย่าทุ่มเงินทั้งหมดไปกับเงินดาวน์
ตารางยอดจัดไฟแนนซ์รถยนต์รายรุ่นหาได้ที่ไหน
ตารางที่บอกว่ารถรุ่นไหนปีไหนจัดได้กี่บาท เป็นข้อมูลของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย อิงราคาประเมินที่บริษัทนั้นใช้ เว็บนี้ไม่มีชุดข้อมูลราคาประเมินรถ จึงไม่เดาตัวเลขให้ วิธีที่ได้ตัวเลขจริงคือขอจากไฟแนนซ์หรือเต็นท์ที่คุณกำลังคุยด้วยโดยตรง เมื่อได้ยอดจัดมาแล้ว กรอกยอดนั้นเป็นราคารถและตั้งเงินดาวน์เป็น 0% ในเครื่องมือนี้ ก็จะเห็นค่างวดจริงของยอดจัดนั้นทันที ส่วนตารางยอดจัดตามราคารถด้านบนใช้ดูภาพรวมได้ว่าราคารถระดับต่างๆ ผ่อนเดือนละเท่าไหร่
จัดไฟแนนซ์รถยนต์มีค่าใช้จ่ายอะไรอีกนอกจากค่างวด
ที่ยืนยันได้มีค่าโอนทะเบียนรถตามที่กรมการขนส่งทางบกเรียกเก็บ คือค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอน 100 บาท และอากรแสตมป์ซื้อขายร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน กับอากรแสตมป์ติดสัญญาเช่าซื้ออีก 0.1% ของยอดรวมตลอดสัญญา ส่วนประกันภัยชั้น 1 นายทะเบียน คปภ. กำหนดกรอบเบี้ยพื้นฐานของรถยนต์นั่งไว้ที่ 7,600 ถึง 12,000 บาท ซึ่งเป็นกรอบตามกฎหมาย ไม่ใช่ราคาที่จ่ายจริง สำหรับเบี้ย พ.ร.บ. หน้านี้ยืนยันอัตราจาก คปภ. โดยตรงไม่ได้ จึงไม่ลงตัวเลข ให้ถามบริษัทประกันแทน และข้อสังเกตที่ควรรู้คือประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของทิสโก้ซึ่งเป็นฉบับที่เราเปิดอ่านได้ ไม่มีรายการชื่อค่าจัดไฟแนนซ์เลย ถ้าถูกเรียกเก็บให้ขอดูประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของเจ้านั้นก่อน
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค — ประกาศ คกก. ว่าด้วยสัญญา ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2565
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — กติกาใหม่เช่าซื้อ ลีสซิ่ง เรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจถอยรถ
- ธนาคารไทยพาณิชย์ — สินเชื่อรถยนต์ใหม่ (อัตราคงที่คู่กับอัตราที่แท้จริง)
- ธนาคารไทยพาณิชย์ — สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว (อัตราคงที่คู่กับอัตราที่แท้จริง)
- ทิสโก้ — ตารางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ
- ทิสโก้ — ประกาศอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการธุรกิจเช่าซื้อ
- กรมการขนส่งทางบก — คู่มือสำหรับประชาชน การโอนรถ ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
- คปภ. — คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 พิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์
ตรวจสอบอัตราล่าสุด 1 ก.ย. 2569