ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คำนวณไทย

คำนวณเงินสมทบประกันสังคม

คำนวณเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33, 39 และ 40 ตามอัตราปี 2569 ที่ปรับเพดานฐานค่าจ้างใหม่เป็น 17,500 บาท จ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน

ถามเกี่ยวกับหน้านี้

ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น

ประกันสังคมของไทยแบ่งผู้ประกันตนออกเป็นสามกลุ่มหลักตามลักษณะการทำงาน ได้แก่มาตรา 33 สำหรับลูกจ้างในสถานประกอบการ มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างแล้วลาออกแต่ต้องการรักษาสิทธิไว้ และมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ แต่ละมาตรามีวิธีคำนวณเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการปรับเพดานฐานค่าจ้างของมาตรา 33 ซึ่งส่งผลให้ผู้มีรายได้สูงต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น

วิธีคำนวณ

มาตรา 33 ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง โดยมีทั้งฐานขั้นต่ำและเพดานสูงสุด ผู้ที่มีค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 บาทต่อเดือนไม่ต้องจ่าย ส่วนผู้ที่มีค่าจ้างสูงกว่าเพดานจะจ่ายเท่ากันหมดที่ยอดสูงสุด นายจ้างต้องจ่ายสมทบในอัตราเท่ากับลูกจ้างอีกส่วนหนึ่ง และรัฐบาลยังร่วมสมทบเพิ่มเติมด้วย

การปรับเพดานปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพดานฐานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสมทบปรับขึ้นจาก 15,000 บาทเป็น 17,500 บาท ทำให้ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไปจ่ายเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท จากเดิม 750 บาท หรือเพิ่มขึ้น 125 บาทต่อเดือน ผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เพราะยังคงคำนวณจากค่าจ้างจริงเหมือนเดิม

การปรับเพดานนี้เป็นแบบขั้นบันไดสามระยะ ระยะแรกปี 2569 ถึง 2571 ใช้เพดาน 17,500 บาท ระยะที่สองปี 2572 ถึง 2574 ปรับเป็น 20,000 บาท ทำให้จ่ายสูงสุด 1,000 บาท และระยะที่สามตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไปปรับเป็น 23,000 บาท จ่ายสูงสุด 1,150 บาท

มาตรา 39 ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิต่อได้ โดยใช้ฐานค่าจ้างคงที่ 4,800 บาท คำนวณในอัตราร้อยละ 9 เท่ากับจ่ายเดือนละ 432 บาท ซึ่งเป็นยอดเดียวกันทุกคนไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่

มาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง มีให้เลือกสามทางเลือกตามระดับความคุ้มครองที่ต้องการ ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาทต่อเดือน คุ้มครอง 3 กรณี ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท คุ้มครอง 4 กรณีโดยเพิ่มกรณีชราภาพ และทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท คุ้มครอง 5 กรณีโดยเพิ่มกรณีสงเคราะห์บุตร

คำถามที่พบบ่อย

ปี 2569 ต้องจ่ายประกันสังคมเพิ่มเท่าไหร่

ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไปจะจ่ายเพิ่มขึ้น 125 บาทต่อเดือน จากเดิมสูงสุด 750 บาทเป็น 875 บาท ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนระหว่าง 15,000 ถึง 17,500 บาทจะจ่ายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของค่าจ้างจริง และผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาทจ่ายเท่าเดิมทุกประการ

จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไรเพิ่ม

สิทธิประโยชน์ที่คำนวณจากฐานค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเงินบำนาญชราภาพซึ่งคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย รวมถึงเงินทดแทนกรณีว่างงาน กรณีเจ็บป่วยที่ต้องหยุดงาน และกรณีคลอดบุตร ล้วนอิงกับฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น จึงได้รับเงินทดแทนมากขึ้นตาม

มาตรา 39 กับมาตรา 40 ต่างกันอย่างไร

มาตรา 39 สำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างในระบบมาก่อนและต้องการรักษาสิทธิเดิมไว้ ต้องเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และสมัครภายใน 6 เดือนหลังลาออก จ่ายเดือนละ 432 บาท ส่วนมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เคยอยู่ในระบบลูกจ้าง จ่ายน้อยกว่าคือ 70 ถึง 300 บาท แต่ความคุ้มครองก็น้อยกว่าตามไปด้วย

ขาดส่งเงินสมทบจะเป็นอย่างไร

สำหรับมาตรา 39 หากขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน จะสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนทันที และไม่สามารถสมัครกลับเข้ามาใหม่ได้ ส่วนมาตรา 40 การขาดส่งจะทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครองในช่วงเวลานั้น แต่สามารถกลับมาส่งใหม่ได้

แหล่งอ้างอิง

ตรวจสอบอัตราล่าสุดเมื่อ 25 ส.ค. 2569

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง