คำนวณไทย
calcthai.com · คำนวณดอกเบี้ยทบต้น
การเงินและภาษี
คำนวณดอกเบี้ยทบต้น
คำนวณเงินออมในอนาคตจากดอกเบี้ยทบต้น ใส่เงินต้นและเงินฝากเพิ่มรายเดือน ดูว่าอีกกี่ปีจะได้เท่าไหร่ พร้อมตารางแยกรายปี
เงินสะสมแยกรายปี
| ปี | ฝากเพิ่มในปีนั้น | ผลตอบแทนที่ได้ | ยอดรวมสิ้นปี |
|---|---|---|---|
| ปีที่ 1 | 36,000 | 1,348 | 47,348 |
| ปีที่ 2 | 36,000 | 3,259 | 86,607 |
| ปีที่ 3 | 36,000 | 5,268 | 127,875 |
| ปีที่ 4 | 36,000 | 7,379 | 171,254 |
| ปีที่ 5 | 36,000 | 9,598 | 216,852 |
| ปีที่ 6 | 36,000 | 11,931 | 264,783 |
| ปีที่ 7 | 36,000 | 14,383 | 315,166 |
| ปีที่ 8 | 36,000 | 16,961 | 368,127 |
| ปีที่ 9 | 36,000 | 19,671 | 423,798 |
| ปีที่ 10 | 36,000 | 22,519 | 482,317 |
ถามเกี่ยวกับหน้านี้
ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น
ดอกเบี้ยทบต้นคือการที่ผลตอบแทนที่ได้ถูกนำกลับไปรวมกับเงินต้น แล้วงวดถัดไปก็คิดผลตอบแทนจากยอดที่โตขึ้นนั้นอีกที ผลของมันจะดูไม่มีอะไรในช่วงสองสามปีแรก แต่จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เพราะเงินที่งอกเงยมาเองเริ่มสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าเงินที่เราใส่เข้าไปใหม่ ตารางแยกรายปีด้านบนแสดงให้เห็นชัดว่าจุดที่ผลตอบแทนเริ่มแซงเงินที่เราฝากเองอยู่ตรงไหน
วิธีคำนวณ
สูตรที่ใช้ เครื่องมือนี้แยกคำนวณสองส่วนแล้วนำมารวมกัน ส่วนแรกคือเงินต้นก้อนแรกที่ทบต้นไปเรื่อยๆ ส่วนที่สองคือเงินที่ฝากเพิ่มทุกเดือน ซึ่งแต่ละงวดมีเวลาทบต้นไม่เท่ากัน เงินที่ฝากเดือนแรกมีเวลางอกเงยนานที่สุด ส่วนเงินงวดสุดท้ายแทบไม่มีเวลาเลย
การคำนวณใช้การทบต้นแบบรายเดือน ซึ่งตรงกับวิธีที่บัญชีเงินฝากและกองทุนรวมส่วนใหญ่ในไทยใช้จริง
ทำไมเวลาถึงสำคัญกว่าจำนวนเงิน ลองเปรียบเทียบสองกรณีที่ผลตอบแทน 7% ต่อปีเท่ากัน คนแรกออมเดือนละ 3,000 บาทเป็นเวลา 30 ปี ใส่เงินเองรวม 1,080,000 บาท คนที่สองออมเดือนละ 9,000 บาทแต่ออมแค่ 10 ปี ใส่เงินเองรวม 1,080,000 บาทเท่ากันพอดี แต่คนแรกจะมีเงินปลายทางประมาณ 2.3 เท่าของคนที่สอง เพราะเงินของเขามีเวลาทบต้นนานกว่ามาก
บทเรียนคือ การเริ่มออมเร็วสำคัญกว่าการออมเยอะ ถ้าตอนนี้ออมได้น้อยก็ควรเริ่มเลย ดีกว่ารอจนกว่าจะออมได้เยอะ
เลือกอัตราผลตอบแทนอย่างไรให้สมจริง ตัวเลขที่ใส่ควรสะท้อนความเสี่ยงที่รับได้จริง เงินฝากประจำในไทยให้ผลตอบแทนราว 1-2% ต่อปีซึ่งแทบไม่ชนะเงินเฟ้อ กองทุนรวมตราสารหนี้ราว 2-3% ส่วนการลงทุนในหุ้นระยะยาวมีค่าเฉลี่ยในอดีตราว 7-10% แต่ระหว่างทางอาจติดลบหนักได้หลายปีติดกัน
ข้อควรระวังสำคัญ ผลลัพธ์นี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าได้ผลตอบแทนคงที่ทุกปี ซึ่งไม่มีการลงทุนใดในโลกจริงเป็นแบบนั้น การลงทุนที่มีความเสี่ยงจะขึ้นลงตลอดเวลา และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต นอกจากนี้ตัวเลขยังไม่ได้หักเงินเฟ้อ ภาษี และค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งกัดกินผลตอบแทนจริงไปพอสมควร ให้ใช้ตัวเลขนี้เป็นภาพประกอบการวางแผน ไม่ใช่คำมั่นสัญญา
คำถามที่พบบ่อย
ดอกเบี้ยทบต้นต่างจากดอกเบี้ยธรรมดาอย่างไร
ดอกเบี้ยธรรมดาคิดจากเงินต้นเดิมตลอด ส่วนดอกเบี้ยทบต้นคิดจากเงินต้นบวกดอกเบี้ยที่สะสมมาแล้ว ตัวอย่างเช่น ฝาก 100,000 บาทที่ 5% ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี แบบดอกเบี้ยธรรมดาจะได้ดอกเบี้ยปีละ 5,000 บาท รวม 50,000 บาท แต่แบบทบต้นจะได้ประมาณ 64,700 บาท ต่างกันเกือบ 15,000 บาททั้งที่เงินต้นและอัตราเท่ากัน และยิ่งเวลานานความต่างยิ่งถ่างออก
ควรออมเดือนละเท่าไหร่
หลักที่ใช้กันทั่วไปคือออมอย่างน้อย 10-20% ของรายได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความสม่ำเสมอ การออมเดือนละ 1,000 บาททุกเดือนได้ผลดีกว่าการออมเดือนละ 5,000 บาทแบบทำๆ หยุดๆ แนะนำให้ตั้งโอนเงินอัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า จะได้ไม่ต้องใช้ความตั้งใจทุกเดือน
ทำไมช่วงปีแรกๆ เงินโตช้าจัง
เพราะยอดเงินยังน้อย ผลตอบแทนที่คิดจากยอดนั้นจึงน้อยตามไปด้วย ช่วงนี้เงินที่โตมาเกือบทั้งหมดมาจากเงินที่คุณฝากเอง ไม่ใช่จากดอกเบี้ย จุดที่น่าสนใจคือเมื่อผ่านไปสักระยะ ผลตอบแทนต่อปีจะเริ่มมากกว่าเงินที่คุณฝากเองทั้งปี ลองดูตารางแยกรายปีด้านบนว่าจุดนั้นอยู่ปีที่เท่าไหร่ นั่นคือจุดที่เงินเริ่มทำงานแทนคุณ
ตัวเลขนี้เชื่อถือได้แค่ไหน
ใช้เป็นภาพประกอบการวางแผนได้ แต่ไม่ใช่คำมั่นสัญญา เพราะคำนวณจากสมมติฐานว่าได้ผลตอบแทนคงที่ทุกปี ซึ่งการลงทุนจริงไม่เป็นแบบนั้น นอกจากนี้ยังไม่ได้หักเงินเฟ้อ ภาษี และค่าธรรมเนียม เงิน 1 ล้านบาทในอีก 20 ปีข้างหน้าจะซื้อของได้น้อยกว่า 1 ล้านบาทวันนี้มาก
แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ห้องเรียนนักลงทุน
ตรวจสอบอัตราล่าสุด 25 ส.ค. 2569