คำนวณ BMI ดัชนีมวลกาย
คำนวณค่าดัชนีมวลกาย BMI ตามเกณฑ์สำหรับคนเอเชีย พร้อมคำนวณ BMR อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน และ TDEE แคลอรี่ที่ควรได้รับต่อวัน
ถามเกี่ยวกับหน้านี้
ผู้ช่วย AI ตอบได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องมือในหน้านี้เท่านั้น
ดัชนีมวลกายหรือ BMI เป็นตัวเลขที่ใช้ประเมินความสมดุลระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูงอย่างคร่าวๆ ข้อสำคัญที่คนไทยหลายคนไม่ทราบคือเกณฑ์ BMI สำหรับชาวเอเชียเข้มงวดกว่าเกณฑ์สากลขององค์การอนามัยโลก เพราะงานวิจัยพบว่าคนเอเชียเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจที่ค่า BMI ต่ำกว่าคนตะวันตก เครื่องมือนี้จึงใช้เกณฑ์สำหรับชาวเอเชีย พร้อมคำนวณ BMR และ TDEE ให้ด้วยเพื่อใช้วางแผนเรื่องอาหาร
วิธีคำนวณ
BMI คำนวณอย่างไร นำน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ตัวอย่างเช่น น้ำหนัก 65 กิโลกรัม สูง 170 เซนติเมตร จะได้ 65 หารด้วย 1.70 ยกกำลังสอง เท่ากับประมาณ 22.5 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เกณฑ์สำหรับชาวเอเชียต่างจากสากลอย่างไร เกณฑ์สากลของ WHO ถือว่าน้ำหนักเกินเริ่มที่ 25 และอ้วนเริ่มที่ 30 แต่เกณฑ์สำหรับชาวเอเชียถือว่าน้ำหนักเกินเริ่มที่ 23 และอ้วนเริ่มที่ 25 หมายความว่าคนที่มี BMI 24 จะถูกจัดว่าน้ำหนักปกติตามเกณฑ์สากล แต่ถูกจัดว่าน้ำหนักเกินตามเกณฑ์เอเชีย ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงทางสุขภาพได้ตรงกว่าสำหรับคนไทย
BMR คืออะไร อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน คือพลังงานที่ร่างกายใช้เพื่อคงชีวิตไว้เฉยๆ โดยไม่ทำกิจกรรมใดเลย ใช้สำหรับการหายใจ การเต้นของหัวใจ และการทำงานของอวัยวะภายใน เครื่องมือนี้ใช้สมการ Mifflin-St Jeor ซึ่งเป็นสมการที่งานวิจัยพบว่าแม่นยำที่สุดสำหรับคนทั่วไป
TDEE คืออะไร พลังงานที่ร่างกายใช้จริงทั้งวัน คำนวณจาก BMR คูณด้วยตัวคูณตามระดับกิจกรรม ตัวเลขนี้คือจุดสมดุล หากกินเท่ากับ TDEE น้ำหนักจะคงที่ กินน้อยกว่าน้ำหนักจะลด และกินมากกว่าน้ำหนักจะเพิ่ม โดยทั่วไปการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยคือกินน้อยกว่า TDEE ประมาณ 300 ถึง 500 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งจะลดได้ประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์
ข้อจำกัดของ BMI ที่ต้องเข้าใจ BMI ไม่ได้แยกระหว่างมวลกล้ามเนื้อกับไขมัน นักกีฬาหรือผู้ที่เล่นเวทเทรนนิ่งเป็นประจำมักมี BMI สูงทั้งที่มีไขมันในร่างกายต่ำมาก ในทางกลับกันผู้สูงอายุที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อยอาจมี BMI ปกติแต่มีไขมันสะสมสูง นอกจากนี้ BMI ยังไม่บอกตำแหน่งการสะสมไขมัน ซึ่งไขมันช่องท้องเป็นอันตรายกว่าไขมันส่วนอื่น การวัดรอบเอวจึงเป็นตัวชี้วัดที่ควรใช้ควบคู่กันไป
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเกณฑ์ BMI ของคนเอเชียไม่เหมือนสากล
เพราะงานวิจัยพบว่าคนเอเชียมีสัดส่วนไขมันในร่างกายสูงกว่าคนตะวันตกที่ค่า BMI เท่ากัน และเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจที่ค่า BMI ต่ำกว่า องค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจึงกำหนดเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่า โดยถือว่าน้ำหนักเกินเริ่มที่ 23 แทนที่จะเป็น 25
BMI สูงแต่เป็นกล้ามเนื้อ ถือว่าอ้วนไหม
ไม่ถือว่าอ้วนครับ นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่สุดของ BMI เพราะสูตรนี้ใช้แค่น้ำหนักกับส่วนสูง โดยไม่แยกว่าน้ำหนักนั้นมาจากกล้ามเนื้อหรือไขมัน นักกีฬาและผู้ที่เล่นเวทเป็นประจำมักมี BMI เกิน 25 ทั้งที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำมาก หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ควรวัดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายหรือวัดรอบเอวแทน
ควรกินกี่แคลอรี่ถึงจะลดน้ำหนัก
โดยทั่วไปควรกินน้อยกว่า TDEE ประมาณ 300 ถึง 500 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งจะทำให้ลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.25 ถึง 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่ปลอดภัยและรักษาไว้ได้ในระยะยาว ไม่ควรกินต่ำกว่า BMR เป็นเวลานาน เพราะร่างกายจะปรับลดอัตราการเผาผลาญลง ทำให้ลดน้ำหนักยากขึ้นและกลับมาอ้วนง่ายเมื่อหยุดควบคุมอาหาร
รอบเอวเท่าไหร่ถึงเรียกว่าอ้วนลงพุง
สำหรับคนไทย ผู้ชายที่มีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร และผู้หญิงที่มีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร ถือว่าอ้วนลงพุง ซึ่งเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิกสูง การวัดรอบเอวเป็นตัวชี้วัดที่ควรใช้ควบคู่กับ BMI เสมอ เพราะไขมันที่สะสมในช่องท้องเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าไขมันใต้ผิวหนังบริเวณอื่น
แหล่งอ้างอิง
ตรวจสอบอัตราล่าสุดเมื่อ 25 ส.ค. 2569